เทิร์นโอเวอร์คืออะไร คำนวณยอดที่ต้องทำก่อนถอนได้ ตารางครบทุกเท่า

คำที่คนเห็นบ่อยแต่เข้าใจผิดมากที่สุดในเงื่อนไขโปรโมชันคือ เทิร์นโอเวอร์ คือ อะไรกันแน่ หลายคนคิดว่าเป็นจำนวนครั้งที่ต้องเล่น บางคนคิดว่าเป็นยอดที่ต้องชนะ ความจริงคือยอดเดิมพันสะสมที่ต้องทำให้ครบก่อนถอน บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณพร้อมตารางที่ใช้ได้ทันที

คำตอบสั้น ๆเทิร์นโอเวอร์คือยอดเดิมพันสะสมที่ต้องทำให้ครบก่อนจึงจะถอนเงินได้ คิดจากฐานที่กำหนดในเงื่อนไขคูณด้วยจำนวนเท่า เช่น ฐานคือเงินฝาก 1,000 บาทและเทิร์น 5 เท่า หมายถึงต้องมียอดเดิมพันรวม 5,000 บาท ไม่ได้แปลว่าต้องเล่น 5 ครั้ง และไม่ได้แปลว่าต้องชนะครบทุกบิล

ฐานการคำนวณต่างกันได้สามแบบ

แบบแรก คิดจากยอดโบนัสอย่างเดียว เช่น รับโบนัส 500 บาทที่เทิร์น 10 เท่า ต้องทำยอดเดิมพัน 5,000 บาท แบบนี้เบาที่สุดสำหรับผู้เล่น

แบบที่สอง คิดจากยอดฝากรวมโบนัส เช่น ฝาก 1,000 รับโบนัส 500 รวมเป็น 1,500 แล้วคูณเท่าที่กำหนด แบบนี้ยอดที่ต้องทำสูงกว่าแบบแรกทันที

แบบที่สาม คิดจากยอดฝากอย่างเดียวโดยไม่มีโบนัสเข้ามาเกี่ยว ซึ่งพบในโปรโมชันคืนยอดเสียหรือเงื่อนไขบัญชีบางประเภท ก่อนกดรับข้อเสนอใด ๆ จึงต้องอ่านให้ชัดว่าใช้ฐานไหน เพราะต่างกันหลายเท่าตัว

ตารางคำนวณยอดที่ต้องทำ

ฐานที่ใช้คิดเทิร์น 3 เท่าเทิร์น 5 เท่าเทิร์น 10 เท่าเทิร์น 15 เท่า
500 บาท1,5002,5005,0007,500
1,000 บาท3,0005,00010,00015,000
2,000 บาท6,00010,00020,00030,000
5,000 บาท15,00025,00050,00075,000
10,000 บาท30,00050,000100,000150,000

ตัวเลขในตารางคือยอดเดิมพันสะสมที่ต้องทำ ไม่ใช่เงินที่ต้องมี เพราะเงินก้อนเดียวหมุนได้หลายรอบ แต่ทุกรอบที่หมุนมีโอกาสเสีย ซึ่งเป็นต้นทุนที่แท้จริงของการทำเทิร์น

ทำเทิร์นครบต้องใช้เงินจริงเท่าไหร่

คำถามที่สำคัญกว่าคือทุนที่มีจะหมุนได้กี่รอบก่อนหมด ถ้าอัตราชนะอยู่ที่ราวครึ่งต่อครึ่งและค่าน้ำมาตรฐาน เงินก้อนหนึ่งมักหมุนได้ราวสิบถึงยี่สิบรอบก่อนที่ทุนจะร่อยหรอ

ยกตัวอย่าง ฝาก 1,000 บาทและติดเทิร์น 10 เท่า ต้องทำยอด 10,000 บาท ถ้าเดิมพันครั้งละ 200 บาท เท่ากับต้องวาง 50 บิล ระหว่างทางทุนจะขึ้นลงตามผล ซึ่งอาจหมดก่อนครบหรือเหลือมากกว่าเดิมก็ได้

นี่คือเหตุผลที่เทิร์นสูง ๆ ทำให้โบนัสไม่คุ้มในทางปฏิบัติ เพราะโอกาสที่ทุนจะหมดก่อนทำเทิร์นครบสูงกว่าโอกาสที่จะถอนออกได้จริง

บิลแบบไหนไม่นับเป็นเทิร์น

เงื่อนไขส่วนใหญ่ระบุว่าบิลที่ถูกยกเลิกหรือคืนเงินจะไม่นับเป็นยอดเทิร์น เพราะถือว่าไม่มีการเดิมพันเกิดขึ้นจริง กรณีนี้รวมถึงแมตช์ที่เลื่อนเกินกรอบเวลาและบิลที่โดนยกเลิกจากเหตุอื่น

บางแห่งไม่นับบิลที่ราคาต่ำกว่าเกณฑ์ เช่น ค่าน้ำต่ำกว่า 1.50 เพราะเป็นบิลที่เสี่ยงต่ำเกินไปและใช้ทำเทิร์นได้ง่ายจนผิดวัตถุประสงค์ของโปรโมชัน

บางแห่งไม่นับบิลที่วางสวนทั้งสองฝั่งในแมตช์เดียวกัน เพราะเป็นการทำยอดโดยไม่รับความเสี่ยงจริง เงื่อนไขข้อนี้พบบ่อยและควรอ่านให้ครบก่อนวางแผน รายละเอียดกฎยกเลิกบิลอยู่ในบท แมตช์เลื่อนหรือยกเลิก

เทิร์นกับการถอนบางส่วน

คำถามที่พบบ่อยคือถ้าทำเทิร์นได้ครึ่งทางแล้วจะถอนบางส่วนได้ไหม คำตอบส่วนใหญ่คือไม่ได้ เพราะเงื่อนไขผูกกับบัญชีทั้งบัญชีไม่ใช่ผูกกับก้อนใดก้อนหนึ่ง

บางแห่งอนุญาตให้ยกเลิกโบนัสกลางทางแล้วถอนเงินต้นที่เหลือ โดยยอมเสียเครดิตโบนัสไป ทางเลือกนี้มีประโยชน์เมื่อพบว่าเทิร์นสูงเกินกว่าจะทำได้จริง ควรตรวจว่าที่ที่ใช้มีทางเลือกนี้หรือไม่ตั้งแต่ก่อนกดรับ

คำนวณต้นทุนที่แท้จริงของโบนัส

วิธีประเมินง่ายที่สุดคือคิดว่าทุกครั้งที่หมุนเงิน จะเสียส่วนต่างให้ผู้รับเดิมพันประมาณ 2 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดเดิมพัน ถ้าต้องทำยอด 10,000 บาท ต้นทุนคาดหวังคือราว 200 ถึง 500 บาท

เอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับโบนัสที่ได้ ถ้าโบนัส 500 บาทแต่ต้นทุนการทำเทิร์นคาดหวังอยู่ที่ 400 บาท กำไรสุทธิเหลือน้อยมากและยังต้องรับความเสี่ยงว่าทุนจะหมดก่อน

เมื่อคำนวณแบบนี้จะเห็นชัดว่าโบนัสที่เทิร์นสูงมักไม่คุ้ม ส่วนโบนัสที่เทิร์นต่ำและคิดจากยอดโบนัสอย่างเดียวคือกลุ่มที่พอมีเหตุผล รายละเอียดการเทียบโบนัสอยู่ในบท โบนัสต้อนรับคุ้มไหม

ข้อควรระวังเรื่องเวลา

เงื่อนไขจำนวนมากมีกำหนดเวลาให้ทำเทิร์นครบ เช่น ภายใน 7 วันหรือ 30 วัน ถ้าไม่ครบตามกำหนด เครดิตโบนัสและกำไรที่เกิดจากโบนัสจะถูกริบ

กำหนดเวลาทำให้แผนเปลี่ยนไปทั้งหมด เพราะต้องเล่นถี่ขึ้นเพื่อให้ทันเวลา ซึ่งขัดกับการเลือกเฉพาะคู่ที่ราคาคุ้ม การถูกบังคับให้เล่นมากกว่าที่ควรคือจุดที่ผู้เล่นเสียเปรียบที่สุด

สัญญาณว่าเงื่อนไขนี้ไม่ควรรับ

สัญญาณแรก เทิร์นสูงกว่า 10 เท่าเมื่อคิดจากยอดฝากรวมโบนัส สัญญาณที่สอง มีกำหนดเวลาสั้นกว่า 7 วัน สัญญาณที่สาม ระบุตลาดที่นับเทิร์นแคบมากจนเล่นได้เฉพาะบางแบบ

สัญญาณที่สี่ ไม่ระบุชัดว่าคิดจากฐานไหน ซึ่งเปิดช่องให้ตีความภายหลัง ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง การไม่รับโบนัสมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเงินที่ฝากโดยไม่มีเงื่อนไขจะถอนได้อิสระตลอดเวลา

วิธีตรวจสถานะเทิร์นของตัวเอง

ระบบส่วนใหญ่มีหน้าแสดงยอดเทิร์นที่ทำไปแล้วและยอดที่เหลือ ให้ตรวจทุกครั้งหลังวางบิลชุดใหญ่ เพราะบางบิลอาจไม่ถูกนับตามเงื่อนไขที่กล่าวไว้ข้างต้น

ถ้าตัวเลขไม่ขยับตามที่ควร ให้เก็บภาพบิลที่วางไปแล้วเทียบกับยอดเทิร์นในระบบ แล้วสอบถามพร้อมหลักฐาน วิธีเตรียมข้อมูลให้จบในรอบเดียวอยู่ในบท บิลไม่ขึ้นหรือบิลค้าง

ทางเลือกที่ไม่ต้องยุ่งกับเทิร์นเลย

สำหรับคนที่เล่นไม่ถี่และต้องการถอนได้ตลอด การไม่รับโปรโมชันใด ๆ คือทางที่เรียบง่ายที่สุด เงินที่ฝากเข้าไปจะเป็นเงินของเราเต็มจำนวนและถอนได้ทันทีตามเงื่อนไขปกติ

ข้อดีที่มองไม่เห็นคือความอิสระในการเลือกคู่ เพราะไม่ต้องเล่นเพื่อทำยอด จึงเลือกเฉพาะคู่ที่ประเมินแล้วว่าคุ้มได้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกับผลระยะยาวมากกว่าเครดิตก้อนแรกเสียอีก อ่านหลักการเลือกคู่ได้ที่ ผลตอบแทนคาดหวัง EV และดูเงื่อนไขบัญชีจริงได้ที่หน้า แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

กรณีศึกษา ทำเทิร์นสำเร็จกับล้มเหลว

กรณีแรก ผู้เล่นฝาก 2,000 บาท รับโบนัส 20 เปอร์เซ็นต์เป็น 400 บาท เงื่อนไขคิดจากยอดโบนัสอย่างเดียวที่ 8 เท่า เท่ากับต้องทำยอดเดิมพัน 3,200 บาท ด้วยการเล่นครั้งละ 300 บาทเพียง 11 บิลก็ครบ ซึ่งเป็นระดับที่ทำได้จริงในสองสัปดาห์โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีเล่น

กรณีที่สอง ผู้เล่นฝาก 2,000 บาท รับโบนัส 100 เปอร์เซ็นต์เป็น 2,000 บาท เงื่อนไขคิดจากยอดฝากรวมโบนัสที่ 15 เท่า เท่ากับต้องทำยอดเดิมพัน 60,000 บาท ด้วยการเล่นครั้งละ 300 บาทต้องวางถึง 200 บิล และต้องทำให้ครบภายในกำหนดเวลาที่มักสั้นกว่าที่คิด

ความต่างของสองกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาดโบนัส แต่อยู่ที่ฐานและจำนวนเท่า กรณีที่สองแม้โบนัสสูงกว่าห้าเท่าแต่ในทางปฏิบัติมีโอกาสน้อยมากที่ทุนจะรอดจนทำเทิร์นครบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่โบนัสก้อนใหญ่มักมาพร้อมเงื่อนไขที่ทำให้แทบไม่มีใครถอนได้

วางแผนทำเทิร์นให้เสียหายน้อยที่สุด

ถ้าตัดสินใจรับแล้ว วิธีที่เสียหายน้อยที่สุดคือเล่นในตลาดที่เข้าใจดีที่สุดและมีค่าน้ำที่ยอมรับได้ ไม่ใช่ไล่เล่นตลาดที่ราคาถูกที่สุดเพื่อทำยอดให้เร็ว เพราะทุกบิลที่ไม่มีความได้เปรียบคือการเสียคาดหวัง

อีกวิธีคือกระจายยอดออกเป็นบิลขนาดใกล้เคียงกันแทนการวางก้อนใหญ่ไม่กี่บิล เพราะการวางก้อนใหญ่ทำให้ทุนผันผวนแรงและมีโอกาสหมดก่อนครบเทิร์นสูงขึ้นมาก

ข้อสรุปที่ใช้ได้ทันทีคือให้ดูตัวเลขเดียว คือยอดเดิมพันที่ต้องทำเทียบกับยอดที่เราเล่นตามปกติในเดือนหนึ่ง ถ้าเงื่อนไขบังคับให้เล่นมากกว่าปกติเกินสองเท่า แปลว่าข้อเสนอนั้นออกแบบมาให้คนส่วนใหญ่ทำไม่สำเร็จ และการปฏิเสธไปตั้งแต่ต้นคือทางเลือกที่รักษาทั้งเงินและอิสระในการเลือกคู่ไว้ได้ครบ

เทิร์นโอเวอร์คืออะไร

คือยอดเดิมพันสะสมที่ต้องทำให้ครบก่อนถอนเงินได้ คำนวณจากฐานที่กำหนดคูณด้วยจำนวนเท่า ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ต้องเล่นและไม่ใช่ยอดที่ต้องชนะ

เทิร์น 10 เท่าหมายถึงอะไร

หมายถึงต้องมียอดเดิมพันรวมเป็นสิบเท่าของฐานที่กำหนด เช่น ฐาน 1,000 บาทต้องทำยอดเดิมพันสะสม 10,000 บาท

บิลที่แพ้นับเป็นเทิร์นไหม

นับ เพราะเทิร์นคิดจากยอดเดิมพัน ไม่ได้คิดจากผลแพ้ชนะ สิ่งที่มักไม่นับคือบิลที่ถูกยกเลิกหรือคืนเงิน

ทำเทิร์นไม่ครบตามกำหนดเวลาจะเป็นอย่างไร

เครดิตโบนัสและกำไรที่เกิดจากโบนัสจะถูกริบตามเงื่อนไข ส่วนเงินฝากเดิมมักยังอยู่ แต่ต้องอ่านเงื่อนไขของแต่ละที่ให้ชัด

ยกเลิกโบนัสกลางทางได้ไหม

บางที่อนุญาตให้ยกเลิกแล้วถอนเงินต้นที่เหลือโดยเสียเครดิตโบนัสไป ควรตรวจว่ามีทางเลือกนี้หรือไม่ตั้งแต่ก่อนกดรับ

ไม่รับโบนัสเลยดีกว่าไหม

สำหรับคนที่เล่นไม่ถี่และต้องการถอนได้ตลอด มักดีกว่า เพราะเงินฝากจะไม่ติดเงื่อนไขใด ๆ และเลือกคู่ได้อิสระโดยไม่ต้องเล่นเพื่อทำยอด

สรุป

เทิร์นโอเวอร์คือยอดเดิมพันสะสม ไม่ใช่จำนวนครั้ง และสิ่งที่ตัดสินว่าคุ้มหรือไม่คือฐานที่ใช้คิดกับจำนวนเท่า เมื่อคำนวณต้นทุนการหมุนเงินออกมาเทียบกับโบนัสที่ได้ จะเห็นชัดว่าข้อเสนอส่วนใหญ่ไม่คุ้มสำหรับคนที่เล่นไม่ถี่ อ่านต่อเรื่องการเทียบโบนัสที่ โบนัสต้อนรับคุ้มไหม และเงื่อนไขที่ทำให้ถอนไม่ได้ที่ ถอนไม่ได้ ติดเงื่อนไขอะไร

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป การเดิมพันมีความเสี่ยง โปรดกำหนดงบประมาณที่รับความสูญเสียได้

สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายสอบถามทีมงาน @LINE